ตอนที่แล้ว เรารู้กันไปแล้วว่าไดโนเสาร์คืออะไร คราวนี้เรามาดูกันดีกว่าครับ ว่าเจ้าไดโนเสาร์เป็นสัตว์กลุ่มไหนและเป็นญาติกับใคร

 

เรามาเริ่มด้วยคำถามเช่นเคย

เด็กๆ รู้ไหมว่าสัตว์ตัวไหนเป็นญาติสนิทที่สุดของไดโนเสาร์

ก. อึ่งอ่าง

ข. Silver and gold beast (ตัวเอี้ย)

ค. กูปรี

ง. เป็ด

จ. เต่า

ช. นักการเมือง

 

คำตอบคือ

อึ่งอ่าง! ไม่ใช่ครับ  อึ่งอ่างเป็นสัตว์สะเทินน้ำสะเทินบก

ตัวเอี้ย! ไม่ใช่อีกแล้ว แม้จะหน้าตาคล้ายไดโนเสาร์ แต่มันก็ยังไม่ใช่ญาติที่สนิทที่สุด

กูปรี! ห่างไกลเลยครับ กูปรีเป็นสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม (ว่าแต่กูปรีหน้าตาเป็นยังไงนะ)

เต่า! ก็ไม่ใช่อีก ดังนั้นจำไว้ว่าไดโนเสาร์ไม่ใช่เต่าล้านปี

นักการเมือง ก็ไม่ใช่อีก เพราะไดโนเสาร์นิสัยดีกว่าเยอะ

ดังนั้นคำตอบก็คือ

เป็ด! ถูกต้องแล้วคร้าบ

 

ไม่น่าเชื่อแต่ก็ต้องเชื่อว่า ไดโนเสาร์เป็นญาติสนิทของนก!  

 

นักวิทยาศาสตร์มักคิดอะไรยากๆ และเหนือความคาดหมายเสมอ ที่พวกเขาจัดกลุ่มไดโนเสาร์ไว้ใกล้กับนกและจระเข้แทนที่จะเป็นกิ้งก่าหรือตัวเอี้ย ก็เพราะมีเหตุผลบางอย่าง  ผมจะลองอธิบายเรื่องวิวัฒนาการของไดโนเสาร์ให้ฟัง  ไม่ต้องกลัวครับ ไม่ยากหรอก...

  
 

อันดับแรก เรามารู้จักสัตว์เลื้อยคลาน (reptile) กันก่อน  สัตว์เลื้อยคลานในปัจจุบัน ประกอบด้วย 4 กลุ่มใหญ่ๆ คือ เต่า จระเข้ งู และกิ้งก่า (ที่จริงมีอีกกลุ่มคือตัวทัวทารา แต่ผมไม่ขอพูดถึงมัน)  แต่ในอดีต สัตว์เลื้อยคลานมีหลายกลุ่มกว่านี้ สมัยนั้นพวกมันเดินยั้วเยี้ยเต็มโลกไปหมด

 

เรามานั่งไทม์แมชชีนกลับไป เพื่อดูกันว่าสัตว์เลื้อยคลานเกิดขึ้นมาจากไหน ในสมัยที่สัตว์อยู่กันแต่ในน้ำ มีปลากลุ่มหนึ่งอาจหาญวิวัฒนาการขึ้นมาบนบกเป็นสัตว์สี่เท้า (tetrapod) และกลายเป็นสัตว์สะเทินน้ำสะเทินบกในที่สุด  สัตว์พวกนี้ขึ้นมาอยู่บนบกได้ แต่ก็ขาดน้ำไม่ได้เช่นกัน มันต้องกลับไปวางไข่ในน้ำ มันเลยมีชีวิตก้ำๆ กึ่งๆ แบบรักบกเสียดายน้ำ  (ถ้านึกไม่ออกให้ลองนึกถึงกบดูครับ นั่นแหละสัตว์สะเทินน้ำสะเทินบก)

 

 

อิกทีโอสเตกา สัตว์สี่เท้ากลุ่มแรกๆ ของโลก ดูหน้าและจำชื่อไว้ มันนี่แหละบรรพบุรุษของพวกเรา

 

แต่มีสัตว์อีกพวกหนึ่งที่วิวัฒนาการจนมีความสามารถในการอยู่บนบกได้อย่างเต็มที่ พวกมันไม่ต้องกลับไปวางไข่ในน้ำเหมือนพวกสัตว์สะเทินน้ำสะเทินบก  พวกมันคือสัตว์ที่วางไข่ที่มีเปลือกแข็งๆ หุ้ม และมีถุงน้ำคร่ำ (Amnion) ซึ่งช่วยห่อหุ้มตัวอ่อนในไข่ไว้ในของเหลว ทำให้มันสามารถวางไข่ในที่ที่แห้งได้  นอกจากนี้มันยังมีปอดที่มีประสิทธิภาพสำหรับหายใจบนบกและมีเกล็ดที่ป้องกันผิวหนังสูญเสียน้ำ  มันจึงบอกลาน้ำและเริ่มบุกลึกเข้าไปในแผ่นดิน พวกมันก็คือสัตว์เลื้อยคลานนี่เอง หรือบางคนเรียกมันว่าสัตว์มีถุงน้ำคร่ำ (Amniote)  

 

 

ไข่เปลือกแข็งที่มีถุงน้ำคร่ำห่อหุ้มปกป้องตัวอ่อนเป็นกลไกสำคัญในความสำเร็จของสัตว์เลื้อยคลาน

 

แล้วเจ้าสัตว์เลื้อยคลานก็ประสบความสำเร็จในการขึ้นมาใช้ชีวิตบนบก จนได้วิวัฒนาการต่อไปจนมีหลายกลุ่มและครองโลกในเวลาต่อมา

 

คราวนี้เรามาดูต่อกันครับ ว่าไดโนเสาร์อยู่กลุ่มไหน

นักชีววิทยาแบ่งสัตว์เลื้อยคลานทั้งหมดที่มีอยู่บนโลก รวมทั้งที่สูญพันธุ์แล้วเป็น 4 กลุ่มใหญ่ตามลักษณะหัวกะโหลก (อาจแบ่งต่างกันบ้างตามแต่ละสำนัก)  โดยดูจากช่องที่อยู่ด้านหลังตาที่เรียกว่า ช่องขมับ (temporal fenestae)  ไม่ต้องไปสนใจชื่อยากๆ ให้ปวดขมับหรอกครับ  จำไว้ว่ามันเป็นช่องๆ หนึ่งบนกะโหลก  ซึ่งไว้ใช้แบ่งสัตว์เลื้อยคลานได้ 4 กลุ่มดังนี้

  

อะแนปซิด (Anapsid)  ไม่มีช่องขมับเลย ได้แก่ สัตว์เลื้อยคลานรุ่นแรกและเต่าต้วมเตี้ยม 

ไดแอปซิด (Diapsid)   มีช่องขมับ 2 ช่อง ได้แก่ ไดโนเสาร์ จระเข้ งู กิ้งก่า ฯลฯ

ไซแนปซิด (Synapsid)  มีช่องขมับ 1 ช่อง อธิบายง่ายๆ ว่าอยู่ค่อนไปทางด้านบนของกะโหลก ได้แก่ สัตว์เลื้อยคลานคล้ายสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม (ตัวอะไรว่ะเนี่ย!)

ยูรีแอปซิด (Euryapsid)  มีช่องขมับ 1 ช่อง อธิบายง่ายๆ ว่าอยู่ค่อนไปทางด้านล่างของกะโหลก ได้แก่ สัตว์เลื้อยคลานในทะเล (ลงทะเลแล้วทำไมไม่ว่ายน้ำละ ไปคลานทำไม!)

 

ผมขออธิบายถึงเจ้าสัตว์เลื้อยคลานคล้ายสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม (Mammal-like reptile) เพิ่มเติม  พวกมันเป็นสัตว์เลื้อยคลานกลุ่มหนึ่งที่วิวัฒนาการเป็นสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมในเวลาต่อมา จะว่าพวกมันเป็นบรรพบุรุษของเราก็ได้ครับ  แม้จะชื่อว่าคล้ายแต่มันก็ไม่ได้เลี้ยงลูกด้วยนม เพียงแต่มีลักษณะต่างๆ เช่น กะโหลกและฟัน คล้ายสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม

  
 

ไดรเมโทดอน สัตว์เลื้อยคลานคล้ายสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมกลุ่มหนึ่ง มีกระโดงอยู่บนหลัง

 

 

ไทรนาโซดอนมีลักษณะก่ำกึ่งระหว่างสัตว์เลื้อยคลานและสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม สังเกตว่าหน้าตามันมีเค้าคล้ายหมาในปัจจุบัน

 

เจ้าพวกสัตว์เลื้อยคลานคล้ายสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมนี้ดำรงชีวิตอยู่เป็นจำนวนมากก่อนยุคไดโนเสาร์ แต่พอไดโนเสาร์ครองโลกพวกมันทั้งหมดก็สูญพันธุ์ พวกที่เหลือรอดอยู่ก็กลายเป็นสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมในภายหลัง  เรื่องของมันน่าสนใจไม่น้อยครับ ไว้วันหลังจะเล่าให้ฟัง

 

ส่วนเจ้าสัตว์เลื้อยคลานในทะเล (Marine retile) มันไม่ได้ไปเลื้อยในทะเลหรอกครับ มันคือสัตว์เลื้อยคลานพวกหนึ่งที่อาศัยอยู่ในทะเล  พวกนี้ว่ายน้ำเก่งใช้ได้ ถือเป็นเจ้าทะเลในยุคไดโนเสาร์เลยละ ไม่ต่างจากวาฬและโลมาในปัจจุบัน

มันมีหน้าตาหล่อๆ แบบนี้นี่เอง คงคุ้นหน้ามันกันบ้างนะครับ กับเจ้าคอยาวแห่งท้องทะเล ไว้วันหลังผมจะมาเล่าให้ฟังอีกเช่นกัน

 

 

 

อิกทีโอซอร์ปรับตัวจนมีรูปร่างที่เหมาะสมกับการว่ายน้ำ คล้ายโลมาในปัจจุบัน

 

มีโซซอร์เป็นผู้ล่าในน้ำขนาดยักษ์ แม้แต่ฉลามก็ยังเสร็จมัน 

  
 

เพลซิโอซอร์หรือเจ้าตัวคอยาวในน้ำที่โด่งดัง ถ้าเนสซีมีจริงก็น่าจะเป็นเจ้าตัวนี่แหละ

 

เอาละกลับมาที่กลุ่มไดโนเสาร์หรือพวกไดแอปซิดกันต่อ  เจ้าไดแอปซิดนี่ยังแบ่งได้เป็น 2 พวกครับ คือ พวกเลพิโดซอร์ (lepidosaur) ก็คือกิ้งก่าและงูในปัจจุบัน  ส่วนอีกพวกคือ อาร์โคซอร์ (Archosaur) ได้แก่ จระเข้ เทอโรซอร์ (เจ้าสัตว์เลื้อยคลานบินได้ทั้งหลายแหล่) และไดโนเสาร์

 

ผมขอพูดถึงเทอโรซอร์คร่าวๆ  เพราะตัวอื่นๆ คุณผู้อ่านคงรู้จักแล้ว  เทอโรซอร์ (pterosaur) ก็คือสัตว์เลื้อยคลานบินได้ที่ครอบครองทองฟ้าในมหายุคเมโซโซอิกก่อนที่จะมีนก เราคงคุ้นๆ หน้าตากันมาพอสมควร  จำไว้ว่าเจ้าเทอโรซอร์นี่ไม่ใช่นกและไม่ใช่ไดโนเสาร์นะครับ  แล้ววันหลังจะมาเล่าให้ฟังอีกเช่นกัน (ติดไว้หลายเรื่องแล้วนะ)

 

 

เทอราโนดอน เทอโรซอร์ที่เราคุ้นหน้ากันดี

 

   

 

ไดมอร์โฟดอน เทอโรซอร์ขนาดเล็ก มีหางช่วยบังคับทิศทาง

  

พวกอาร์โคซอร์มีบรรพบุรุษคือตัวทีโคดอน ซึ่งเป็นบรรพบุรุษของทั้งไดโนเสาร์ เทอโรซอร์ จระเข้ และนก จากทีโคดอนก็จะวิวัฒนาการเป็นไดโนเสาร์ในที่สุด

  
 

 หน้าตาของทีโคดอน บรรพบุรุษของไดโนเสาร์

 

อย่าเพิ่งงงนะครับ!  การอธิบายแบบนี้อาจทำให้มองไม่เห็นภาพ  งั้นมาดูแผนผังวิวัฒนาการของไดโนเสาร์และญาติของมันดีกว่า  ผมจะขอเปรียบให้การวิวัฒนาการเป็นเหมือนแม่น้ำละกันครับ  ลองคิดง่ายๆ ว่าเส้นแต่ละเส้นคือแม่น้ำ เริ่มที่ต้นน้ำซึ่งคือต้นตระกูลของสิ่งมีชีวิต เมื่อแม่น้ำไหลไปเรื่อยๆ (ผ่านการวิวัฒนาการตามกาลเวลา)  มันก็จะผ่านเมืองต่างๆ (ซึ่งก็คือเกิดสิ่งมีชีวิตกลุ่มใหม่) และแยกเป็นแม่น้ำสายเล็กสายน้อยมากมาย (เป็นสิ่งมีชีวิตกลุ่มต่างๆ) ระหว่างนั้น แม่น้ำบางสายก็ตันหรือเหือดแห้ง (สิ่งมีชีวิตกลุ่มนั้นสูญพันธุ์) แต่บางสายก็ไหลต่อมาถึงปัจจุบัน

 

ผมขอเรียกมันว่าสายน้ำแห่งวิวัฒนาการของไดโนเสาร์ครับ (เว่อร์จัง)

 

 
 

ลองมาดูกันครับ แม่น้ำสายนี้มีต้นน้ำอยู่ด้านล่างที่เมืองสัตว์สี่เท้า  เมื่อแม่น้ำสายนี้ไหลขึ้นไป มันก็แยกเป็น 2 ทาง ทางหนึ่งไหนผ่านไปเมืองสัตว์สะเทินน้ำสะเทินบก อีกสายก็ไหลไปยังเมืองสัตว์เลื้อยคลาน โดยมีชื่อว่าแม่น้ำสายอะแนปซิด  แม่น้ำสายอะแนปซิดนี้ไหลแยกเป็น 2 สาย สายหนึ่งไหลไปเป็นพวกเต่า อีกสายก็ไหลต่อไปจนไปเจอทางแยกเป็น 3 สาย ซึ่งแยกเป็นสายไซแนปซิด ไดแอปซิด ยูรีแอปซิด  แต่ละสายก็ไหลต่อไปอีกมากมาย  จนในที่สุดก็มาถึงเมืองไดโนเสาร์ แม่น้ำสายนี้ไหลผ่านเมืองไดโนเสาร์ต่อไปเป็นเวลา 160 ล้านปี  จนในที่สุดก็ตื้นเขินและเหือดแห้งไป...

 

จากแผนผังแสดงวิวัฒนาการนี้จะเห็นว่านกนั่นวิวัฒนาการมาจากไดโนเสาร์ มันจึงเป็นญาติสนิทที่สุดของไดโนเสาร์ ส่วนญาติใกล้ชิดรองลงมาของไดโนเสาร์ก็คือจระเข้

 

เอาละครับ มองภาพออกแล้วใช่ไหมว่าไดโนเสาร์คืออะไรและเป็นญาติกับใคร  มันเป็นกลุ่มสัตว์ที่มีลักษณะเฉพาะตัวสูง  ทำให้นักบรรพชีวิทยาบางคนจัดมันออกจากสัตว์เลื้อยคลาน เป็นกลุ่มเฉพาะเหมือนนกหรือสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม

 
 
 

ไดโนเสาร์เป็นสัตว์ที่น่าสนใจมาก นี่เป็นแค่จุดเริ่มของพวกมันเท่านั้น  ไว้วันหลังผมจะมาเล่าเรื่องของไดโนเสาร์กลุ่มต่างๆ ให้ฟังต่อครับ สวัสดี...

 

 

 

แหล่งอ้างอิง

Dinosaurs the textbook โดย Spencer G. Lucas

Dinosaurs a Global view โดย Sylvia Czerkas

Zoology โดย Cleveland Hickman

National Geographic ตะลุยโลกไดโนเสาร์ โดย พอล แบร์เร็ตต์

นานมีบุ๊คส์พาตะลุยแดนไดโนเสาร์ โดย David lambert

ภาพประกอบ

จากเว็บไซต์ต่างๆ

Dinosaurs the textbook โดย Spencer G. Lucas

Dinosaurs a Global view โดย Sylvia Czerkas

  

Comment

Comment:

Tweet

#29 By (101.51.39.67|101.51.39.67) on 2015-07-31 13:41

#28 By คส้ยวี (101.51.39.67|101.51.39.67) on 2015-07-31 13:40

#27 By (101.51.39.67|101.51.39.67) on 2015-07-31 13:40

#26 By (171.5.250.88|171.5.250.88) on 2015-01-11 18:28

#25 By (171.5.250.88|171.5.250.88) on 2015-01-11 18:27

#24 By (171.5.250.88|171.5.250.88) on 2015-01-11 18:25

#23 By (171.5.250.88|171.5.250.88) on 2015-01-11 18:25

เจ๋ง

#22 By 0898057791 (182.93.129.218) on 2011-03-22 10:37

ภาพสวยมากครับ เนื้อหาก็ดี ยอดเยื่ยม

#21 By หินทราย (223.206.55.104) on 2011-02-05 10:17

#20 By ioiop2008 (118.172.236.190) on 2011-01-29 12:54

ดูภาพและ ซึ่งๆๆมากๆๆๆ confused smile question

#19 By อิฐ (223.206.54.209) on 2010-10-25 17:54

sad smile question embarrassed sad smile

#18 By surawut (182.93.197.2) on 2010-10-12 12:14

เราเคยดูมาเเล้วตัวโคดอนopen-mounthed smile

#12 By pumppump41@hotmail.com (125.24.50.181) on 2010-09-29 16:28

cry double wink double wink double wink double wink double wink double wink

#10 By (125.26.58.14) on 2010-09-21 22:10

เคยมีไดโนเสาร์

#9 By กุลธิดา (124.121.214.51) on 2010-07-03 22:31

แมวมาจากโดเรม่อน

#7 By KINGRPG (58.8.144.50) on 2009-10-02 02:27

สรุปแล้วเจ้าเทอราโนดอนก็ไม่ใช่นกสินะคะ !!
(เดี๋ยวจะเอาไปบอกคุณเพื่อนว่า มันไม่ใช่นก แต่เมนเป็นสัตว์เลื้อยคลานบินได้ต่างหาก !)question

ความรู้เพียบ อ่านเพลินอีกแล้ว
มาต่อไวๆนะคะ อยากอ่านต่อแล้ว

ปล. เรื่องที่บอกว่าติดๆไว้หลายๆเรื่องอย่าลืมเอามาเล่าอีกนะคะbig smile
ปปล. วันนี้ให้อีก Hot! ดวง เดี๋ยวก็เรียกเทพมังกรได้แล้ว << ว่าไปนั่น

#6 By =NaMi= on 2009-02-16 14:18

Hot!

โอ ความรู้เต็มเปี่ยมอีกแล้ว พึ่งรู้ว่ามีกิ้งก่ากึ่งสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมด้วย

ว่าแต่สัตว์ในอนาคตอีกหลายล้านปีจะเป็นยังไงหว่าopen-mounthed smile
ตอบนักการเมืองไปแล้ว sad smile

#4 By นักรบ on 2009-02-12 01:07

อนาคตส่งสัยคนจะได้เป็นไก่ให้สัตว์ รุ่นอนาคต

#3 By blueboat on 2009-02-12 00:51

ยอดไปเลยยยยHot! Hot! big smile

#2 By ลิงหกกะล้ม on 2009-02-12 00:31

ไดโนเสาร์เป็นญาติสนิทกับนก ไม่ใช่กิ้งก่า
โลกธรรมชาติมีอะไรให้แปลกใจเสมอนะครับ
และมีอีกหลายสิ่งที่ยังรอให้เราไขปริศนาอยู่
โดยเฉพาะเรื่องไดโนเสาร์ big smile