มันคือสุดยอดสิ่งมีชีวิต!
มันมีชีวิตอยู่ได้ในน้ำเดือด (โอ้โฮ!)
มันมีชีวิตอยู่ได้ในที่ที่หนาวเย็นที่สุดของโลก (อู้ฮู)
มันรับแรงดันมหาศาลในทะเลที่ลึกที่สุดได้สบาย (อื้อหือ)
มันทนรังสีเอ็กซ์ที่รุนแรงได้มากกว่ามนุษย์หลายร้อยเท่า (โอ้ววววว)
มันอยู่ได้ในอวกาศ (อู้ววววว)
มันอยู่ได้เป็นร้อยปี (ซี้ดดดดด)
มันมีอยู่ทุกที่ทั้งหนองน้ำ มหาสมุทร ภูเขา แม้แต่บนหลังคาบ้าน (อ๊างงงงง)
มันคือตัวอะไร...
มันคือ...
มันคือ...
มันคือ หมีน้ำ!
ใช่แล้วครับ หมีน้ำ!
หมีน้ำ! (เวลาอ่านกรุณาออกเสียงเหมือนโฆษณาโทนาฟ จะได้อารมณ์มาก)

ช่วงนี้กระแสหมีแพนด้ากำลังมาแรงมากๆ  อาหมวยหลินปิงกำลังอยู่ในช่วงคลานเตาะแตะน่ารักน่าชังเหลือเกิน  แต่หลายคนอาจจะเบื่อๆ ข่าวของเจ้ามีสีขาวดำนี้เหมือนกัน ผมเลยขอพาไปดูหมีอื่นๆ กันบ้าง และหมีที่ว่านั้นก็คือ หมีน้ำ

ว่าแต่หมีน้ำคือตัวอะไรล่ะ...
หมีน้ำ (water bear) ไม่ใช่หมี่น้ำ (ramen) มันคือ คือซูเปอร์แอนิมอล คู่แข่งของซูเปอร์แมน ที่มีสโลแกนส่วนตัวว่า "น่าชมกว่าหมีแพนด้า  น่ารักกว่าหมีพูห์  สู้ชีวิตกว่าหมีคอมมานโด”  ขอบอกว่ามันเป็นสัตว์ที่สุดยอดจริงๆ ครับ

รู้จักหมีน้ำผู้น่ารักกันก่อน

 

ไงครับหมีน้ำ  มันกำลังทำหน้าแอ๊บแบ๊วมองคุณอยู่  อืม คุณอาจจะมองไม่เห็น  แต่ไม่ใช่เพราะตาฝ้าฟางนะครับ  แต่เพราะเจ้าหมีน้ำตัวเล็กมากๆ ถ้ามองด้วยตาเปล่า เราอาจจะเห็นมันเป็นแค่จุดเล็กๆ แบบข้างบน 
การมองเจ้าหมีน้ำต้องใช้อุปกรณ์ช่วยครับ นั่นคือกล้องจุลทรรศน์  ลองใช้กำลังขยายสัก 40 เท่า 

ชะแว้บ! มาแล้ว นี่ไงครับหมีน้ำ สีชมพู หน้าตาน่ารักไม่แพ้หมาแพนดี้เลยทีเดียว
ถ้าดูด้วยกล้องจุลทรรศน์แบบธรรมดาแล้วอาจยังไม่เห็นรายละเอียดชัด  ลองมาดูด้วยกล้องจุลทรรศน์ที่มีประสิทธิภาพสูงอย่างกล้องจุลทรรศน์อิเล็กตรอนดีกว่า

 

ผ่าง! เราจะเห็นหน้าตาของคุณหมีน้ำชัดเจนแบบนี้ (การดูด้วยกล้องจุลทรรศน์อิเล็กตรอนจะไม่เห็นสีที่แท้จริงนะครับ)

รูปร่างหน้าตาของหมีน้ำก็แบบที่เห็นนี่แหละครับ ก่ำกึ่งระหว่างความน่ารักกับความหลอน มันมีขา 4 คู่ 8 ข้าง ลำตัวแบ่งเป็น 4 ปล้อง (ไม่นับส่วนหัว) ปลายขาแต่ละข้างมีเล็บยาวๆ แหลมๆ ดูน่ากลัว มีปากแหลมบ้าง เป็นท่อบ้าง  บางชนิดมีเส้นขนยาวๆ (cirrus) ยื่นออกมาตามตัว บางชนิดก็อ้วนกลมเหมือนหมี บางชนิดก็ตัวผอมยาวเหมือนหนอน 

หมีน้ำเล็บเหมือนแมว  ดูไปแล้วตัวเหมือนหมี  ดูไม่ดีเหมือนเห็บไร ดูไกลๆ เหมือนธุลี

หมีน้ำบางชนิดก็อ้วนๆ กลมๆ บางชนิดก็ตัวยาวเป็นลำๆ

ภาพขยายเล็บคมๆ ของหมีน้ำ นักวิทยาศาสตร์ใช้เล็บจำแนกชนิดของมันด้วย

หมีน้ำมีสีสันสวยงาม บางตัวสีแดง ขาว ส้ม เหลือง เขียว ม่วง ดำ และโปร่งใส  ปัจจุบันนักวิทยาศาสตร์พบหมีน้ำประมาณ 700-800 ชนิด แต่คาดว่ามีจริงๆ กว่า 10,000 ชนิด 

  

 

สีสันสวยสดงดงามราวอัญมณีของหมีน้ำ

เห็นเล็กๆ แต่เจ๋งนะน้อง
เจ้าหมีน้ำเป็นสัตว์ขนาดเล็กจิ๋วพกพาสะดวก ตัวเต็มวัยที่ใหญ่ที่สุดมีขนาด 1.5 มม. ส่วนที่ตัวเล็กๆ ก็มีขนาดประมาณ 0.1 มม. เท่านั้นเอง
อ๋อ ต้องอธิบายก่อนนะครับว่าแม้จะตัวจิ๋วจนต้องมองส่องด้วยกล่องจุลทรรศน์ แต่เจ้าหมีน้ำเป็นสัตว์หลายเซลล์ (multicellular)  ไม่ใช่สัตว์เซลล์เดียว (unicellular) แบบพวกโปรโตซัวอย่าง อะมีบา พารามีเซียม 

แม้จะตัวเล็ก แต่หมีน้ำก็มีหลายเซลล์นะ

บางคนอาจงงว่าแล้วสัตว์เซลล์เดียวต่างกับสัตว์หลายเซลล์ยังไงล่ะ ผมจะขออธิบายเพิ่มเติมละกัน
สัตว์เซลล์เดียวคือ สัตว์ที่ทั้งตัวมันประกอบด้วยเซลล์แค่ 1 เซลล์  ส่วนหลายเซลล์คือตัวมันประกอบขึ้นจากเซลล์มากมาย (แบบมนุษย์)  เซลล์หลายเซลล์จะรวมกันเป็นเนื้อเยื่อ เนื้อเยื่อรวมกันเป็นอวัยวะ อวัยวะรวมกันเป็นระบบ และระบบรวมกันเป็นชีวิต  แต่พวกสัตว์เซลล์เดียวมันมีแค่ 1 เซลล์ก็เป็นชีวิตแล้ว (ดังนั้นตัวจะเล็กมาก)
น้องหมีน้ำของเรามีหลายเซลล์ มันมีอวัยวะและระบบต่างๆ   อธิบายง่ายๆ ว่ามันเปรียบเหมือนแมลงที่ตัวเล็กมากแค่นั้นเอง

ไฟลัมส่วนตัวของหมีน้ำ

เพราะความแปลกประหลาดพิสดาร หมีน้ำจึงมีไฟลัมของมันเอง มันไม่ได้อยู่กลุ่มเดียวกับพวกแมลง ไส้เดือน หรือหมึก  ไฟลัมของมันมีชื่อว่า ทาร์ดิเกรดา (Tardigrada) ทำให้มันชื่อเรียกอย่างเป็นทางการว่าทาร์ดิเกรด (tardigrade) ซึ่งแปลว่า “เดินช้า”  แต่ในที่นี้ผมขอเรียกมันว่า หมีน้ำ เพื่อความน่ารัก


 
หมีน้ำ (ทาร์ดิเกรด) ชนิดต่างๆ ในไฟลัมทาร์ดิเกรดา

ไฟลัมทาร์ดิเกรดาเป็นไฟลัมที่มีลักษณะเฉพาะตัวสูง มันมีลักษณะก่ำกึ่งระหว่างสัตว์ไฮโซและสัตว์โลโซ  หมีน้ำมีระบบย่อยอาหาร ระบบขับถ่าย ระบบประสาท (มีสมองด้วยนะ)  กล้ามเนื้อเหมือนสัตว์ชั้นสูง  แต่ไม่มีท่อหายใจ ไม่มีระบบหมุนเวียนเลือด (ไม่มีเส้นเลือด) และหายใจผ่านผิวหนัง เหมือนสัตว์ชั้นต่ำ  มันจึงดูเป็นสัตว์ที่สับสนชีวิตพอสมควรว่าควรจะมีชีวิตแบบไหนดี

หมีน้ำมีอวัยวะภายในซับซ้อนทั้งสมอง ตา หลอดอาหาร กระเพาะอาหาร และรังไข่

นักวิทยาศาสตร์จึงจัดมันไว้กลางๆ อยู่ระหว่างพวกหนอนปล้องอย่างไส้เดือน กับพวกขาปล้องอย่างแมลง  แต่จากการวิเคราะห์ DNA พบว่ามันดันอยู่ใกล้เคียงกับพวกหนอนตัวกลมซะอีก ซึ่งก็ทำให้การจัดกลุ่มให้มันวุ่นวายพอสมควร  แต่ที่แน่ๆ คือมันไม่ได้เกี่ยวกับหมีแท้ๆ ที่เป็นสัตว์มีกระดูกสันหลังเลย

หมีน้ำผู้ครองโลก
แม้เราจะมองไม่เห็นหมีน้ำ แต่มันมีอยู่ทุกที่อย่างไม่น่าเชื่อ   หมีน้ำอาศัยอยู่ทุกทวีป มีชีวิตได้ทั้งบนบก ในน้ำจืด ในน้ำทะเลเค็มปี๋ ใต้ดินมืดมิด ทะเลทรายแห้งแล้ง เกาะที่โดดเดี่ยว ตามบ้านเรือนมนุษย์ ฯลฯ  นอกจากแพร่กระจายตามแนวราบไปทั่วโลกแล้ว หมีน้ำยังแพร่กระจายตามแนวดิ่งอีกด้วย  เราพบมันบนเทือกเขาหิมาลัยที่ความสูงกว่า 6,000 เมตร! (ไม่รู้จะทะลึ่งปีนขึ้นไปทำหมีอะไร) และที่ทะเลลึกกว่า 4,000 เมตร เรียกว่าไปไหนเป็นต้องจ๊ะเอ๋มัน

หมีน้ำอาศัยอยู่ทั่วโลก แม้แต่ที่ที่เราคิดไม่ถึง

หมีน้ำเป็นสัตว์น้ำ  อ้าว หมายความว่าไง  ไหนบอกว่ามันอยู่บนภูเขาหรือทะเลทราย  ใช่ครับ มันอยู่ทุกที่ขอเพียงมีน้ำหรือความชื้นสักนิด (อย่าลืมว่ามันตัวเล็ก)  หมีน้ำเดิน กิน นอน อึ มี sex และทำอีกหลายสิ่งในน้ำ  มันจะเดินไปตามพื้นหรือเศษสิ่งต่างๆ และกินอาหารพวกแบคทีเรีย พืชเล็กๆ มีบางชนิดเท่านั้นที่เป็นผู้ล่ากินสิ่งมีชีวิตอื่น ลองคิดภาพเราตัวเท่ามัน แล้วถูกไล่จับกิน ก็ดูสยองเหมือนกันนะครับ

หมีน้ำเกาะอยู่บนเศษสิ่งต่างๆ ที่อยู่ในน้ำ

เพราะชีวิตนี้ขอแค่น้ำ หมีน้ำจึงมีบ้านแปลกประหลาดเกินบรรยาย ทั้งในน้ำพุร้อน ใต้น้ำแข็งที่หนากว่า 5 เมตร บนหลังคาบ้าน รางน้ำฝน ตามก้อนหิน หรือบนมอส ซึ่งเป็นที่ที่เราจะพบมันได้ง่ายที่สุด  เพราะมอสเป็นพืชที่ชุ่มชื้น ระหว่างใบจะมีหยดน้ำชื้นๆ เสมอ นั่นแหละครับบ้านที่ปูด้วยพรมสีเขียวนุ่มๆ ขอคุณหมีน้ำ

บ้านในฝันของหมีน้ำคือมอส

ถ้าอยากเจอหมีน้ำผู้น่ารัก  ลองดึงแผ่นมอสที่อยู่ตามก้อนหินออกมา แล้วนำมาแช่น้ำในอ่าง ทิ้งไว้สักพัก ใช้หลอดดูดดูดเศษเล็กๆ ที่อยู่ที่ก้นอ่างขึ้นมา แล้ววางบนจานแก้วหรือแผ่นสไลด์  จากนั้นก็ใช้กล้องจุลทรรศน์ส่องหาพวกดู ง่ายๆ แค่นี้เอง   แต่ปัญหาคือกล้องจุลทรรศน์ไม่ใช่ยาสามัญประจำบ้านที่ทุกคนจะมีติดบ้าน ดังนั้นเราจึงเห็นหมีน้ำได้ยาก  น่าเสียดายจัง...

ซูเปอร์แมนยังซูฮก
คราวนี้มาดูว่าทำไมหมีน้ำถึงเป็นซูเปอร์แอนิมอล  ก่อนอื่นต้องอธิบายถึงความสามารถพิเศษอย่างหนึ่งของหมีน้ำ  ในชีวิตปกติ หมีน้ำจะเดินไปมา กินแล้วก็อึ ใช้ชีวิตอย่างสุขีตามประสาหมีน้ำ  แต่เมื่อใดที่สภาพแวดล้อมเปลี่ยนแปลง เช่น น้ำแห้ง น้ำท่วม อากาศเปลี่ยน มันจะเข้าสู่ระยะที่เรียกว่า cryptobiosis ถ้าจะแปลเป็นไทยจะประมาณ ภาวะลับหรือภาวะซ่อนเร้น  แต่ผมว่าฟังดูแปลกๆ เหมือนจุดซ้อนเร้นชอบกล  ผมจะขอเรียกง่ายๆ ว่า ภาวะหยุดนิ่ง ละกัน 

ภาวะหยุดนิ่ง ภาวะกึ่งอมตะของหมีน้ำ

ในภาวะหยุดนิ่ง หมีน้ำจะขดตัวเป็นก้อน หดขา มีขนาดลดลงเหลือ 1 ใน 3 มองดูเหมือนสิ่งไม่มีชีวิต  และลดอัตราการเมตาบอลึซึม (การเผาผลาญอาหาร) มาเหลือแค่ 0.01% ของปกติ  เหมือนกับมันได้ตายไปแล้ว แต่ที่จริงมันยังไม่ตาย  มันทำแบบนี้เพื่อให้ทนกับสภาพแวดล้อมที่อันตรายต่างๆ ได้  ซึ่งเป็นวิธีที่น่าใช้มาก เวลาเจอเจ้านายหรือเมียด่า

ภาวะหยุดนิ่งนี้มีหลายแบบขึ้นอยู่กับว่ามันเจอการเปลี่ยนแปลงสภาพแวดล้อมแบบไหน เช่น ภาวะหยุดนิ่งเมื่อหนาว เมื่อขาดน้ำ เมื่อขาดออกซิเจน เมื่อเจอสารเคมี เป็นต้น 

หมีน้ำสามารถเปลี่ยนรูปร่างลักษณะตามสภาพอากาศและสภาพแวดล้อม

เอาละ ตอนนี้ผมจะทำการทดลองเพื่อทดสอบให้เห็นความสุดยอดของหมีน้ำครับ  ผมมีหมีน้ำทดลองอยู่ในจานทดลองหลายตัว จากนั้นก็ตั้งไฟ ใส่น้ำมันพอร้อน เจียวกระเทียม เอ๊ย ไม่ใช่ๆ  ผมจะดูดน้ำออกจากบริเวณที่เจ้าหมีน้ำตัวนี้อาศัยอยู่ออกจนหมด ทำให้มันเข้าสู่ภาวะหยุดนิ่ง

ร้อนแค่ไหนก็ไม่กลัว
เราจะดูความสามารถในการทนความร้อนของหมีน้ำกันก่อน  ผมจับเจ้าหมีน้ำในภาวะหยุดนิ่งโยนลงหม้อน้ำซุปก๋วยเตี๋ยวที่กำลังอุ่นๆ  ตอนนี้อุณหภูมิอยู่ที่ 70 องศาเซลเซียส ผมเร่งไฟให้แรงขึ้นเป็น 80 องศา กลิ่นน้ำซุปก็หอมขึ้นเรื่อยๆ  เครื่องตรวจจับสัญญาณชีวิตบอกว่ามันยังไม่ตาย ผมเพิ่มเป็น 100 องศา ยังไม่ตาย งั้นต้อง 110 องศา  ตอนนี้เนื้อตุ๋นจนเปื่อยยุ่ย  โอ้ว มันก็ยังไม่ตายอีก  อึดจริงๆ เลย  งั้นต้องเอาไป  120 องศา นั่นก็ยังไม่ตายอีก  ผมรู้สึกเมามันกับการทรมานหมีน้ำมากๆ อยากรู้นักว่ามันจะทนสักกี่น้ำ...

ล้อเล่นน่ะครับ  ผมไม่ได้โหดร้ายและโรคจิตแบบนี้หรอก  ของบางอย่างเราไม่ต้องทดลองเองก็ได้  นักวิทยาศาสตร์รุ่นก่อนเค้าศึกษามาแล้ว เราจะไปทำลายชีวิตเพิ่มอีกทำไม  แถมยังเปลืองงบประมาณแผ่นดินในการขอทุนวิจัยด้วย

ผมจึงเปลี่ยนไปค้นคว้าข้อมูลและพบว่า หมีน้ำในภาวะหยุดนิ่งทนความร้อนได้สูงถึง 151 องศาเซลเซียส!  (แต่ได้ไม่กี่นาทีนะครับ) โอ้ ความร้อนสูงขนาดนั้น น้ำยังเดือดพล่านจน